บทความต้องรู้

เพราะรอยยิ้มของคุณ คือความสุขของเรา

ล้างรถบ่อยดีไหม หรือทำให้สีรถเสีย ?

22/มิ.ย./2569

ล้างรถบ่อยดีไหม หรือทำให้สีรถเสีย ?

หลายคนรักรถก็อยากให้รถสะอาดตลอดเวลา เห็นฝุ่นเกาะนิดหน่อยก็อยากล้าง เห็นคราบฝน คราบโคลน หรือคราบนกก็รู้สึกไม่สบายใจแต่ก็มีอีกคำถามที่หลายคนสงสัยเหมือนกัน

“ล้างรถบ่อยเกินไป สีรถจะเสียไหม?”

คำตอบคือ การล้างรถบ่อยไม่ได้ทำให้สีรถเสีย ถ้าล้างอย่างถูกวิธี
แต่ถ้าล้างผิดวิธี ใช้น้ำยาไม่เหมาะสม ใช้ผ้าสกปรก หรือเช็ดรถแรงเกินไป ต่อให้ล้างไม่บ่อย ก็ทำให้สีรถเป็นรอย ขนแมว และหมองเร็วได้

พูดให้ตรงที่สุดคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ล้างบ่อย”แต่อยู่ที่ “ล้างถูกหรือผิดวิธี”

ทำไมต้องล้างรถ ?

รถที่ใช้งานทุกวันต้องเจอทั้งฝุ่น ควัน คราบดิน คราบน้ำฝน ยางไม้ มูลนก แมลง คราบน้ำทะเล และมลพิษบนถนน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้รถแค่ดูสกปรก แต่บางอย่างอาจทำร้ายผิวสีรถได้ ถ้าปล่อยไว้นาน โดยเฉพาะคราบมูลนก ยางไม้ คราบแมลง และคราบน้ำฝนที่มีสิ่งสกปรกปนอยู่ ถ้าทิ้งไว้นาน อาจกัดชั้นเคลือบสี ทำให้เกิดรอยด่างหรือคราบฝังแน่น ดังนั้น การล้างรถเป็นเรื่องดี เพราะช่วยเอาสิ่งสกปรกออกก่อนที่จะทำร้ายสีรถ รถที่ล้างและดูแลสม่ำเสมอ มักดูใหม่กว่า รถที่ปล่อยให้คราบเกาะสะสมเป็นเวลานาน

ล้างรถบ่อยแค่ไหนถึงเหมาะ ?

ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าต้องล้างทุกกี่วัน เพราะขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพแวดล้อม ถ้ารถใช้งานทุกวัน ขับในเมือง เจอฝุ่น เจอฝน หรือจอดกลางแจ้งบ่อย อาจล้างสัปดาห์ละครั้งหรือเมื่อรถสกปรกมาก ถ้ารถใช้งานน้อย จอดในร่ม ไม่ค่อยเจอฝุ่น อาจล้างทุก 2 สัปดาห์ หรือเมื่อตัวรถเริ่มมีคราบชัดเจน แต่ถ้าเจอคราบเฉพาะจุด เช่น มูลนก ยางไม้ คราบแมลง หรือคราบน้ำทะเล ไม่ควรรอรอบล้างรถ ควรรีบเช็ดหรือล้างออกโดยเร็ว จำไว้ว่า คราบบางอย่างยิ่งปล่อยนาน ยิ่งล้างยาก และอาจทิ้งรอยไว้บนสีรถ

ล้างรถบ่อยทำให้สีรถเสียจริงไหม ?

ถ้าล้างถูกวิธี ไม่ทำให้สีรถเสีย แต่ถ้าล้างผิดวิธี สีรถเสียได้จริง ตัวอย่างการล้างผิดวิธีที่ทำให้สีรถเป็นรอย เช่น

  • ใช้ผ้าเก่าหรือผ้าสกปรกเช็ดรถ

  • ใช้ฟองน้ำที่มีเศษทรายติดอยู่

  • ไม่ฉีดน้ำไล่ฝุ่นก่อนถู

  • ใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาที่แรงเกินไป

  • เช็ดรถแบบวนแรงๆ

  • ใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดทั้งล้อและตัวถัง

  • ล้างรถกลางแดดจัด

  • ปล่อยน้ำแห้งเองจนเกิดคราบน้ำ

  • ใช้แปรงแข็งถูสีรถ

สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้สีรถเกิดรอยขนแมว รอยหมุน และความเงาลดลง รถบางคันไม่ได้สีเสียเพราะล้างบ่อยแต่สีเสียเพราะล้างแบบไม่ระวัง

ล้างรถเองต้องระวังอะไร ?

การล้างรถเองทำได้ และประหยัด แต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอน

1. ฉีดน้ำไล่ฝุ่นก่อนทุกครั้ง

ก่อนถูรถ ต้องฉีดน้ำไล่ฝุ่น ดิน และทรายออกก่อน ถ้าเอาผ้าหรือฟองน้ำถูทันที ฝุ่นและเม็ดทรายจะกลายเป็นเหมือนกระดาษทรายเล็กๆ ที่ขูดสีรถ นี่คือสาเหตุใหญ่ของรอยขนแมว

2. ใช้น้ำยาล้างรถโดยเฉพาะ

อย่าใช้น้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอกล้างรถเพราะน้ำยาบางชนิดแรงเกินไป อาจชะล้างชั้นเคลือบหรือทำให้ผิวสีแห้งหมองได้ ควรใช้น้ำยาล้างรถที่ออกแบบมาสำหรับสีรถโดยเฉพาะ

3. แยกผ้าเช็ดตัวถังกับล้อ

ล้อรถมีคราบดิน ทราย ผงเบรก และสิ่งสกปรกเยอะกว่าตัวถัง ถ้าใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดล้อแล้วกลับมาเช็ดตัวถัง โอกาสเกิดรอยสูงมากควรแยกผ้าสำหรับตัวถัง กระจก และล้อออกจากกัน

4. อย่าถูแรงเกินไป

ถ้าคราบติดแน่น อย่าพยายามถูแรงจนเกินไปให้ใช้น้ำยาเฉพาะจุด หรือแช่น้ำให้คราบอ่อนตัวก่อน แล้วค่อยเช็ดออก การถูแรงอาจทำให้สีเป็นรอย โดยเฉพาะรถสีดำหรือสีเข้มที่เห็นรอยง่าย

5. เช็ดรถให้แห้งหลังล้าง

หลังล้างรถควรเช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดถ้าปล่อยให้น้ำแห้งเอง อาจเกิดคราบน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำมีแร่ธาตุสูง หรือรถที่จอดกลางแดดหลังล้างคราบน้ำบางแบบถ้าฝังแน่น อาจต้องขัดหรือใช้น้ำยาเฉพาะทางถึงจะออก

ล้างรถกลางแดดดีไหม ?

ไม่แนะนำ การล้างรถกลางแดดจัดทำให้น้ำและน้ำยาแห้งเร็วเกินไป ส่งผลให้เกิดคราบน้ำ คราบสบู่ และรอยด่างบนสีรถได้ง่าย เวลาที่เหมาะกับการล้างรถคือช่วงเช้า เย็น หรือในที่ร่มถ้าจำเป็นต้องล้างตอนกลางวัน ควรล้างทีละส่วนและรีบเช็ดให้แห้ง ไม่ปล่อยให้น้ำยาแห้งบนผิวรถ รถสีดำหรือสีเข้มต้องดูแลต่างจากสีอื่นไหม รถสีดำ สีเทาเข้ม หรือสีเข้ม มักเห็นรอยง่ายกว่าสีอ่อน รอยขนแมว รอยเช็ดวน และคราบน้ำจะมองเห็นชัดกว่า ดังนั้นรถสีเข้มควรระวังเรื่องผ้าและขั้นตอนการล้างเป็นพิเศษถ้าใช้ผ้าไม่ดี เช็ดแรง หรือล้างแบบรีบๆ สีรถจะดูหมองและมีรอยง่าย รถสีเข้มไม่ได้ดูแลยากเกินไป แต่ต้องละเอียดกว่า

ควรเคลือบสีหลังล้างรถไหม ?

การเคลือบสีช่วยปกป้องผิวรถได้ระดับหนึ่ง ทำให้รถเงาขึ้น น้ำเกาะน้อยลง และล้างคราบออกง่ายขึ้นไม่จำเป็นต้องเคลือบทุกครั้งที่ล้าง แต่ควรทำตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์และการใช้งาน รถที่จอดกลางแจ้งบ่อย เจอแดด ฝน ฝุ่น หรือคราบต่างๆ เป็นประจำ การเคลือบสีเป็นระยะช่วยให้ดูแลรถง่ายขึ้นแต่ต้องเข้าใจว่าเคลือบสีไม่ได้แปลว่ารถจะไม่เป็นรอยเลยถ้าล้างผิดวิธี รอยก็ยังเกิดได้ คราบอะไรที่ควรรีบล้างออกทันที คราบบางอย่างไม่ควรรอให้ถึงวันล้างรถ

ถ้าเจอสิ่งเหล่านี้ ควรรีบจัดการ

  • มูลนก

  • ยางไม้

  • คราบแมลง

  • คราบน้ำทะเล

  • คราบปูน

  • คราบน้ำฝนที่แห้งเป็นดวง

  • คราบโคลนหนาๆ

  • คราบน้ำมันหรือสารเคมี

โดยเฉพาะมูลนกและยางไม้ ควรรีบเช็ดออกอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าปล่อยไว้นาน อาจทำให้สีด่างได้

วิธีที่ดีคือใช้น้ำสะอาดหรือน้ำยาที่เหมาะสมทำให้คราบนิ่มก่อน อย่าขูดหรือถูแรง

รถมือสองควรล้างและดูแลสีอย่างไร ?

ถ้าซื้อรถมือสองมาใหม่ ควรดูสภาพสีและผิวรถก่อน

รถบางคันดูเงาเพราะเพิ่งขัดเคลือบ
รถบางคันมีรอยขนแมวเยอะ
รถบางคันมีคราบน้ำฝังแน่น
รถบางคันสีเริ่มหมองจากการจอดกลางแจ้งนาน
รถบางคันผ่านการทำสีบางจุด

หลังรับรถ ควรล้างให้สะอาด ตรวจรอยรอบคัน และวางแผนดูแลต่อ

ถ้าสีรถยังดี การล้างและเคลือบสีเป็นระยะจะช่วยรักษาสภาพให้ดูดีนานขึ้น

ถ้าสีมีรอยมาก อาจต้องให้ร้านดูแลสีประเมินว่าควรขัด ลบรอย หรือเคลือบแบบไหน

ล้างรถบ่อยเกินไปมีข้อเสียไหม ?

ถ้าล้างถูกวิธี ข้อเสียมีน้อย แต่ถ้าล้างบ่อยมากแบบไม่ระวัง อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น รอยขนแมวจากการถูบ่อย ผิวเคลือบลดลงจากน้ำยาที่แรงเกินไป หรือคราบน้ำจากการเช็ดไม่แห้ง ดังนั้นถ้าอยากล้างบ่อย ต้องให้ความสำคัญกับวิธีล้างมากกว่าจำนวนครั้ง

ล้างน้อยแต่ผิดวิธี ก็เสีย
ล้างบ่อยแต่ถูกวิธี รถก็ยังดูดีได้


สรุป: ล้างรถบ่อยดีไหม

ล้างรถบ่อยดี ถ้าล้างถูกวิธี การล้างรถช่วยเอาฝุ่น คราบสกปรก มูลนก ยางไม้ คราบฝน และสิ่งที่อาจทำร้ายสีรถออกไป แต่ถ้าล้างผิดวิธี ใช้ผ้าสกปรก ถูแรง ใช้น้ำยาผิดประเภท หรือล้างกลางแดดจัด ก็ทำให้สีรถเสียได้

สิ่งที่ควรจำคือ รถไม่ได้เสียเพราะล้างบ่อย รถเสียเพราะล้างผิดวิธี

ถ้าคุณรักรถ อย่าแค่ล้างให้สะอาดต้องล้างให้ถูกด้วย

สำหรับคนที่กำลังดูรถมือสอง การดูสภาพสีรถก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสีรถช่วยบอกการดูแลที่ผ่านมาได้ระดับหนึ่ง รถที่ดูแลดี มักสะท้อนความใส่ใจของเจ้าของเดิม

ที่ ไมค์ คาร์ แกลเลอรี่ เราแนะนำให้ลูกค้าเช็กทั้งสภาพสี ภายใน เครื่องยนต์ ยาง แอร์ แบตเตอรี่ และเอกสารก่อนตัดสินใจซื้อรถมือสอง เพราะรถที่น่าใช้ต้องดูดีทั้งภายนอกและพร้อมใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ถ้าคุณกำลังมองหารถมือสองในพัทยา หรือต้องการคำแนะนำก่อนเลือกรถ สามารถติดต่อทีมงาน ไมค์ คาร์ แกลเลอรี่ เพื่อสอบถามและนัดดูรถได้

บทความอื่นที่ใกล้เคียง

เพราะรอยยิ้มของคุณ คือความสุขของเรา

วิธีการเลือกรถยนต์มือสอง

ในยุคสมัยปัจจุบันนี้การจะออกรถยนต์ใหม่ป้ายแดงสักคัน อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆคนเนื่องจากเราทุกคนก็คงไม่ยากจะเพิ่มภาระให้ตัวเองในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ผู้คนส่วนใหญ่จึงหันมามองที่ตลาดรถยนต์มือสอง เพราะว่าในราคาที่เท่ากันเราสามารถที่จะซื้อรถยนต์มือสองยี่ห้อเดียวกันรุ่นที่เหนือกว่ารถยนต์ป้ายแดงยี่ห้อเดียวกัน หรือ สามารถที่จะซื้อรถยนต์รุ่นเดียวกันในราคาที่ต่ำกว่า แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อเราควรมาทราบถึงวิธีการเลือกรถยนต์มือสองที่จะทำให้เราได้รถยนต์มือสองที่สภาพดีและคุ้มค่ากับราคาและลดปัญหาที่จะพบเจอจากรถยนต์มือสองที่เราตัดสินใจซื้อ โดยขั้นตอนในการเลือกและตรวจสอบรถยนต์มือสองมีตามขั้นตอนดังนี้

ลมยางรถยนต์ควรเติมเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด

รถแต่ละประเภทหรือแต่ละรุ่นเติมแรงดันลมยางไม่เท่ากัน จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาดเลยนะคะ แรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติมลมยางรถเก๋งนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 30-32 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) สำหรับล้อหน้าและล้อหลัง แต่ถ้าหากต้องบรรทุกน้ำหนักมาก เช่น กรณีที่มีผู้โดยสารเต็มทั้ง 5 ที่นั่ง หรือบรรทุกของด้านหลังจนเต็ม อาจเพิ่มปริมาณการเติมได้ถึง 33-35 PSI เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนแรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถกระบะนั้นจะค่อนข้างใช้ลมยางที่มากกว่ารถเก๋งโดยสารตามปกติ โดยสำหรับล้อหน้าแรงดันยางจะอยู่ที่ประมาณ 36-38 PSI และล้อหลังที่ 40-42 PSI แต่ถ้าหากบรรทุกของเต็มท้ายรถ ก็สามารถเพิ่มปริมาณการเติมลมเพื่อรองรับน้ำหนักได้มากถึง 47-51 PSI เลยทีเดียวค่ะ

scroll up